อายุ 77 ปี เดินแล้ว “เท้าชา ขาไร้ความรู้สึก” ต้องหยุดพักถึงหาย... สัญญาณเตือน “โพรงกระดูกสันหลังตีบ” หรือ “หลอดเลือดตัน”?
อายุ 77 ปี เดินแล้ว “เท้าชา ขาไร้ความรู้สึก” ต้องหยุดพักถึงหาย... สัญญาณเตือน “โพรงกระดูกสันหลังตีบ” หรือ “หลอดเลือดตัน”?
เคยสังเกตคุณพ่อคุณแม่ หรือญาติผู้ใหญ่ที่บ้านไหมครับ? ท่านอาจเคยเป็นคนที่เดินเหินคล่องแคล่ว ชอบไปวัด ชอบเดินตลาด แต่เดี๋ยวนี้กลับเดินได้ไม่กี่ก้าวก็ต้องหยุดยืน หรือรีบหาที่นั่งพัก...
ไม่ใช่เพราะท่านเหนื่อยหอบนะครับ แต่ท่านบอกว่า “มันชา... ชาเหมือนเท้าไม่ติดพื้น ชาจนไม่รู้สึกว่ารองเท้าหลุดไปตอนไหน”
อาการ “เดินแล้วชา หยุดพักแล้วหาย” ในวัย 70+ เป็นอาการคลาสสิกที่หมอกระดูกเจอบ่อยมาก และมักถูกเข้าใจผิดว่าเป็นเรื่องของความแก่ชรา หรือแค่เลือดลมไม่ดี
หมออยากบอกว่า... อาการชาจนไร้ความรู้สึก อันตรายกว่าความเจ็บปวดนะครับ เพราะมันเสี่ยงต่อการ “หกล้ม” กระดูกหักได้ง่ายมาก วันนี้หมอเก่งจะพามาไขคำตอบว่า อาการแบบนี้เกิดจากอะไรได้บ้าง และจะรักษาอย่างไรครับ
เรื่องเล่าจากห้องตรวจ: คุณยายสมรกับรองเท้าที่หายไป
เมื่อวานนี้ ลูกสาวพา “คุณยายสมร” อายุ 77 ปี นั่งรถเข็นเข้ามาหาหมอ ลูกสาวเล่าด้วยความตกใจว่า “เมื่อวานแม่เดินไปซื้อของหน้าปากซอย พอกลับมาถึงบ้าน รองเท้าข้างขวาหายไปไหนไม่รู้ แม่บอกไม่รู้ตัวเลยว่ารองเท้าหลุด เพราะเท้ามันชาไปหมด เหมือนเหยียบอยู่บนนุ่นตลอดเวลา”
คุณยายเสริมว่า “จะเป็นเฉพาะตอนเดินไกลๆ จ้ะหมอ ถ้าเดินในบ้านไม่ค่อยเป็น แต่พอเดินออกกำลังกายสัก 50 เมตร ขาจะเริ่มตึงๆ แล้วก็ชาไล่ลงไปที่เท้า จนก้าวขาไม่ออก ต้องนั่งยองๆ หรือก้มตัวลงพักสักเดี๋ยว ถึงจะเดินต่อได้”
ฟังแค่นี้ หมอพอจะเดา “จำเลย” ได้แล้วครับ เคสนี้ไม่ใช่แค่เหน็บชาธรรมดา แต่เป็นลักษณะจำเพาะของโรค “โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบทับเส้นประสาท” (Lumbar Spinal Stenosis) ซึ่งเป็นโรคยอดฮิตของวัยนี้เลยครับ
ความจริง: ทำไมเดินแล้วถึงชา? (3 สาเหตุหลัก)
ในวัย 77 ปี ร่างกายผ่านการใช้งานมาอย่างยาวนาน อาการชาเวลาเดิน มักเกิดจาก 3 สาเหตุนี้ครับ
1. โพรงกระดูกสันหลังตีบแคบ (Spinal Stenosis) – พบบ่อยที่สุด!
- กลไก: เมื่อกระดูกสันหลังเสื่อม ร่างกายจะสร้างกระดูกงอกและเอ็นหนาตัวขึ้นมาภายในโพรงกระดูกสันหลัง ทำให้ “ท่อร้อยสายไฟ (เส้นประสาท)” ตีบแคบลง
- ทำไมเดินแล้วชา?: เวลาเรายืนหรือเดิน หลังจะแอ่นขึ้นเล็กน้อย ทำให้ช่องนั้นยิ่งแคบลงไปอีก เส้นประสาทจึงขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วคราว เกิดอาการชา ขาอ่อนแรง
- จุดสังเกต: “ท่าก้มช่วยได้” (Shopping Cart Sign) คนไข้มักชอบเดินก้มตัว หรือเข็นรถเข็นในห้างแล้วเดินได้ไกลขึ้น เพราะท่าก้มช่วยขยายช่องกระดูกสันหลัง
2. ปลายประสาทเสื่อม (Peripheral Neuropathy)
- สาเหตุ: มักพบในคนเป็นเบาหวานมานาน หรือขาดวิตามิน B12
- อาการ: มักจะชาตลอดเวลา ชาแบบ “สวมถุงเท้า” (Glove and Stocking pattern) คือชาปลายมือปลายเท้าทั้งสองข้างเท่าๆ กัน ไม่ว่าจะนั่ง นอน หรือเดิน ก็ชาเหมือนเดิม
- จุดสังเกต: ผิวหนังเท้าอาจแห้ง หรือมีแผลโดยไม่รู้ตัว
3. หลอดเลือดแดงที่ขาตีบ (Peripheral Artery Disease - PAD)
- สาเหตุ: ไขมันอุดตันในหลอดเลือด เลือดไปเลี้ยงขาไม่พอเวลาออกแรง
- อาการ: “ปวด” มากกว่าชา เดินแล้วปวดน่องเหมือนตะคริว หยุดพักแล้วหาย แต่ถ้ายืนเฉยๆ ก็หาย (ต่างจากกระดูกทับเส้นที่มักต้องนั่งพัก)
- จุดสังเกต: คลำชีพจรที่หลังเท้าจะเบามาก หรือเท้าเย็นซีด
แนวทางการวินิจฉัย: ตรวจให้ชัวร์ก่อนรักษา
สำหรับวัย 77 ปี หมอต้องตรวจละเอียดหน่อยครับ
- ตรวจร่างกาย:
- ทดสอบกำลังกล้ามเนื้อ และ Reflex (ปฏิกิริยาตอบสนอง)
- คลำชีพจรส่วนปลาย: เพื่อตัดเรื่องหลอดเลือดตีบออกไป
- ตรวจการรับความรู้สึก: ใช้เข็มทื่อๆ หรือ Monofilament จิ้มดูว่ารับรู้ไหม (สำคัญมากในการประเมินความเสี่ยงแผลกดทับและหกล้ม)
- เอกซเรย์ (X-ray): ดูความเสื่อมของกระดูกสันหลัง ดูว่ามีกระดูกเคลื่อนไหม
- MRI (เอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า): จำเป็นที่สุดในเคสนี้ เพื่อดูว่าโพรงกระดูกสันหลังตีบมากแค่ไหน เส้นประสาทโดนบีบจนแบนหรือยัง
แนวทางการรักษา: วัย 77 ปี ต้องผ่าตัดไหม?
หลายคนกลัวว่าอายุเยอะผ่าตัดจะไม่ฟื้น หมอเก่งบอกเลยว่า “การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย” เราเริ่มจากเบาไปหาหนักเสมอครับ
1. ระยะเริ่มต้น-ปานกลาง (เดินได้ > 500 เมตร)
- ยา: ให้ยาบำรุงปลายประสาท และยากลุ่ม Gabapentinoids เพื่อลดอาการชาและไฟช็อต
- กายภาพบำบัด: เน้นการยืดกล้ามเนื้อหลังและสะโพก ฝึกเกร็งหน้าท้องเพื่อพยุงหลัง
- อุปกรณ์ช่วย: ใช้ไม้เท้า (Cane) หรือ Walker ช่วยพยุงเวลาเดินไกลๆ เพื่อกันล้ม
2. ระยะเป็นมาก (เดินได้ < 100 เมตร หรือ เท้าชาจนไม่รู้สึก)
- การฉีดยาเข้าโพรงประสาท (Epidural Steroid Injection): ช่วยลดการอักเสบ ลดบวมของเส้นประสาท ทำให้อาการชาทุเลาลงได้นานหลายเดือน (ไม่ต้องผ่าตัด เจ็บตัวน้อย)
- การผ่าตัด (Surgery): หากรักษาทุกวิธีแล้วไม่ดีขึ้น หรือมีปัญหาการขับถ่ายร่วมด้วย ปัจจุบันมี “การผ่าตัดส่องกล้อง (Endoscope)” แผลเล็กนิดเดียว ฟื้นตัวไว เหมาะกับผู้สูงอายุครับ
บทสรุปจากหมอเก่ง
คุณยายวัย 77 ปี ที่เดินแล้วเท้าชา ไม่ได้แปลว่าเป็นอัมพาตเสมอไปครับ ส่วนใหญ่เป็นจาก “ความเสื่อมของกระดูกสันหลัง” ที่เราจัดการได้
สิ่งที่น่าห่วงที่สุดไม่ใช่โรค แต่คือ “อุบัติเหตุ” จากการที่เท้าไม่มีความรู้สึกครับ หากผู้สูงอายุที่บ้านบ่นว่าเดินแล้วเท้าลอยๆ เหมือนเหยียบปุยฝ้าย อย่าปล่อยผ่านนะครับ พามาตรวจเช็กเส้นประสาทและกระดูกสันหลัง เพื่อคืนการเดินที่มั่นคงให้ท่านอีกครั้งครับ
บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666 #เท้าชา #เดินแล้วชา #กระดูกทับเส้น #ผู้สูงอายุ #โพรงกระดูกสันหลังตีบ #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ดูแลผู้สูงวัย
Comments
Post a Comment