ปวดฝ่าเท้า ร้อนวูบวาบเหมือนไฟลน จนตื่นกลางดึก ปัญหาใหญ่ที่ผู้สูงวัยไม่ควรมองข้าม

 

ปวดฝ่าเท้า ร้อนวูบวาบเหมือนไฟลน จนตื่นกลางดึก ปัญหาใหญ่ที่ผู้สูงวัยไม่ควรมองข้าม

เชื่อไหมครับว่า หนึ่งในความทรมานที่ทำให้ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ ไม่ใช่ความเครียดทางจิตใจ แต่คือความเจ็บปวดทางร่างกายที่มองไม่เห็น โดยเฉพาะอาการ "ร้อนฝ่าเท้า"

เมื่อสัปดาห์ก่อน มีคุณลุงท่านหนึ่ง อายุ 71 ปี เดินเข้ามาในห้องตรวจด้วยสีหน้าอิดโรย ขอบตาคล้ำอย่างเห็นได้ชัด คุณลุงเล่าให้หมอฟังด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยล้าว่า "หมอครับ ผมนอนไม่ได้เลย พอเคลิ้มจะหลับ ฝ่าเท้ามันก็ร้อนวูบๆ วาบๆ ขึ้นมา เหมือนมีใครเอาถ่านไฟแดงๆ มานาบ หรือบางทีก็เหมือนมีเข็มเป็นพันเล่มมาทิ่มที่เท้า ต้องลุกขึ้นมานวด มาแช่น้ำ กว่าจะหายก็เกือบเช้า เป็นแบบนี้มาเป็นเดือนแล้วครับ"

อาการของคุณลุงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่สำหรับหมอกระดูกและข้อครับ และไม่ใช่เรื่องที่คิดไปเอง แต่มันคือสัญญาณเตือนภัยจากระบบประสาทที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ วันนี้หมอจะพามาเจาะลึกอาการนี้กันครับ ว่ามันเกิดจากอะไร และเราจะจัดการกับมันได้อย่างไร ให้กลับมานอนหลับฝันดีได้อีกครั้ง


อาการปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่าเท้า คืออะไร?

อาการที่คุณลุงเป็น ทางการแพทย์เรามักจะนึกถึงภาวะที่เรียกว่า "ปลายประสาทอักเสบ" หรือความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลายครับ

ลองจินตนาการว่าเส้นประสาทของเราเหมือน "สายไฟ" ที่ส่งกระแสไฟฟ้าจากสมองลงไปสั่งงานที่เท้า และรับความรู้สึกจากเท้าส่งกลับไปที่สมอง สายไฟเหล่านี้ปกติจะมี "ฉนวน" หุ้มอยู่เพื่อให้กระแสไฟเดินสะดวก

แต่เมื่ออายุมากขึ้น หรือมีโรคประจำตัวบางอย่าง ฉนวนหุ้มสายไฟนี้อาจจะถลอก เปื่อยยุ่ย หรือตัวสายทองแดงข้างในเกิดความเสียหาย ทำให้กระแสไฟรั่ว หรือส่งสัญญาณผิดเพี้ยน แทนที่จะรู้สึกปกติ กลับกลายเป็นรู้สึกร้อน ชา หรือเจ็บแปล๊บๆ ทั้งที่ไม่มีอะไรมาโดนเท้าเลยครับ


สาเหตุที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ

ทำไมต้องเป็นตอนอายุ 71? และทำไมต้องเป็นที่เท้า? สาเหตุหลักๆ ที่หมอพบบ่อยมีดังนี้ครับ

1. โรคเบาหวาน (แม้จะไม่รู้ตัวมาก่อน) นี่คือจำเลยอันดับหนึ่งครับ ระดับน้ำตาลในเลือดที่สูงสะสมมานาน จะทำลายผนังหลอดเลือดฝอยที่ไปเลี้ยงเส้นประสาท ทำให้เส้นประสาทขาดอาหารและตายลง อาการมักเริ่มจากปลายนิ้วเท้า ลามมาที่ฝ่าเท้า อาการเด่นคือ "ร้อนและชา"

2. ภาวะกระดูกสันหลังส่วนเอวเสื่อมทับเส้นประสาท ในวัย 71 ปี กระดูกสันหลังมักมีความเสื่อมตามวัย หากหมอนรองกระดูกหรือกระดูกงอกไปกดทับเส้นประสาทที่วิ่งลงไปขา อาจทำให้เกิดอาการปวดร้าวลงขา ชาที่ฝ่าเท้า หรือมีความรู้สึกเพี้ยนๆ ร้อนวูบวาบที่เท้าได้ โดยที่บางคนอาจจะไม่มีอาการปวดหลังเลยด้วยซ้ำ

3. พังผืดทับเส้นประสาทบริเวณข้อเท้า บริเวณข้อเท้าด้านในจะมีอุโมงค์เล็กๆ ให้เส้นประสาทลอดผ่าน หากมีพังผืดหนาตัวขึ้นไปกดทับเส้นประสาทตรงนี้ ก็จะทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนที่ฝ่าเท้า โดยเฉพาะเวลาเดินเยอะๆ หรือยืนนานๆ

4. การขาดวิตามินและสารอาหาร โดยเฉพาะวิตามินบี 1, บี 6, และบี 12 ซึ่งมีความสำคัญต่อการซ่อมแซมเส้นประสาท ผู้สูงอายุที่ทานอาหารได้น้อย หรือมีการดูดซึมไม่ดี อาจขาดวิตามินเหล่านี้จนเกิดอาการชาและร้อนเท้าได้


อาการแบบไหน ที่ต้องรีบมาหาหมอ

ลองสังเกตอาการของตัวเองหรือคนในครอบครัวนะครับ หากมีลักษณะดังนี้ ควรรรีบปรึกษาแพทย์

  • ปวดแสบปวดร้อนรุนแรงตอนกลางคืน: เป็นช่วงที่อากาศเย็นลงและสิ่งรบกวนรอบข้างน้อยลง สมองจะรับรู้ความเจ็บปวดได้ชัดเจนขึ้น จนรบกวนการนอน
  • รู้สึกเหมือนใส่ถุงเท้าตลอดเวลา: ทั้งที่เท้าเปล่า แต่รู้สึกหนาๆ ชาๆ
  • เจ็บแปล๊บเหมือนไฟช็อต: อยู่ๆ ก็สะดุ้งเหมือนโดนไฟฟ้า
  • เท้าผิดรูป หรือมีแผลที่ไม่รู้สึกเจ็บ: อันนี้อันตรายมาก เพราะอาจนำไปสู่การติดเชื้อรุนแรงได้

การตรวจวินิจฉัย ทำอย่างไรบ้าง?

เมื่อมาถึงมือหมอ การตรวจหาสาเหตุที่แท้จริงสำคัญที่สุดครับ เพื่อการรักษาที่ตรงจุด

1. การซักประวัติและตรวจร่างกาย หมอจะใช้เครื่องมือพิเศษ เช่น เส้นเอ็นเล็กๆ (Monofilament) หรือส้อมเสียง (Tuning fork) มาแตะที่จุดต่างๆ บนฝ่าเท้า เพื่อดูว่าเส้นประสาทรับความรู้สึกได้ปกติหรือไม่

2. การตรวจเลือด เพื่อดูระดับน้ำตาลในเลือด (ทั้งน้ำตาลปัจจุบันและน้ำตาลสะสม), การทำงานของไต, และระดับวิตามินในร่างกาย

3. การตรวจคลื่นไฟฟ้ากล้ามเนื้อ (EMG/NCS) เป็นการตรวจดูการทำงานของเส้นประสาทโดยตรง ว่ามีการนำกระแสประสาทช้าลง หรือมีการถูกกดทับตรงไหนหรือไม่

4. เอกซเรย์ (X-ray) หรือ เอ็มอาร์ไอ (MRI) กรณีที่สงสัยว่าสาเหตุมาจากกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท การทำ MRI จะช่วยให้เห็นภาพหมอนรองกระดูกและเส้นประสาทได้ชัดเจนที่สุดครับ


แนวทางการรักษา: กู้คืนความสุขในการนอน

ข่าวดีคือ อาการนี้ "รักษาและบรรเทาได้" ครับ แม้ในบางโรคอาจจะไม่หายขาด 100% แต่เราสามารถทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้มาก

1. การปรับพฤติกรรม (สำคัญที่สุด)

  • ควบคุมน้ำตาล: หากเป็นเบาหวาน ต้องคุมน้ำตาลให้อยู่หมัด นี่คือหัวใจสำคัญในการหยุดยั้งการทำลายเส้นประสาท
  • รองเท้าที่เหมาะสม: ควรใส่รองเท้าที่พื้นนุ่ม หน้ากว้าง ไม่บีบรัด เพื่อลดแรงกดทับที่ฝ่าเท้า และควรใส่รองเท้าเดินในบ้านเสมอ เพื่อป้องกันการเหยียบของมีคมโดยไม่รู้ตัว
  • เลิกบุหรี่และแอลกอฮอล์: เพราะสารพิษเหล่านี้ทำลายเส้นประสาทโดยตรง

2. การใช้ยา ยาแก้ปวดทั่วไปอย่างพาราเซตามอล มักจะ "เอาไม่อยู่" สำหรับอาการปวดจากเส้นประสาทครับ หมอจะพิจารณาใช้ยาเฉพาะทางที่ช่วยปรับระดับสารเคมีในปลายประสาท ลดความไวของประสาทรับความรู้สึก ทำให้ลดอาการแสบร้อนและช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น

3. การฉีดยาด้วยอัลตราซาวนด์ (Ultrasound Guided Injection) ในกรณีที่มีการกดทับเส้นประสาทเฉพาะจุด เช่น ที่ข้อเท้า หรือเส้นประสาทอักเสบ หมอสามารถใช้อัลตราซาวนด์นำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบ หรือฉีดน้ำเกลือเข้าไปเลาะพังผืดรอบเส้นประสาท (Hydrodissection) วิธีนี้แม่นยำ ปลอดภัย และเห็นผลได้ค่อนข้างเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด

4. การผ่าตัด (Surgery) เราจะเก็บไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายครับ จะทำก็ต่อเมื่อมีการกดทับของเส้นประสาทที่ชัดเจนมาก เช่น กระดูกสันหลังทับเส้นรุนแรง จนขาอ่อนแรง หรือรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ดีขึ้น


พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

สำหรับอาการปลายประสาทอักเสบ ถ้าสาเหตุมาจากการขาดวิตามิน หรือการกดทับชั่วคราว มีโอกาสหายขาดได้สูงครับ

แต่ถ้าสาเหตุมาจากเบาหวานที่เป็นมานาน หรือความเสื่อมตามวัย เป้าหมายของเราคือ "การควบคุมอาการ" ให้ไม่รบกวนชีวิตประจำวัน ให้คุณลุงคุณป้าสามารถนอนหลับได้ เดินเหินได้ โดยไม่ทรมาน ซึ่งคนไข้ส่วนใหญ่ของหมอ หลังจากได้รับยาและการดูแลที่ถูกต้อง อาการจะดีขึ้นจนแทบไม่รู้สึกรำคาญใจครับ


สรุป

อาการปวดร้อนฝ่าเท้าในผู้สูงวัย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทน และไม่ใช่เรื่องธรรมดาของความแก่ครับ มันมีสาเหตุ และมีวิธีจัดการ ยิ่งมารักษาเร็ว โอกาสที่เส้นประสาทจะฟื้นตัวก็ยิ่งมีมาก

อย่าปล่อยให้ความเจ็บปวดขโมยเวลาพักผ่อนของคุณไปนะครับ การนอนหลับที่ดี คือยาอายุวัฒนะที่ดีที่สุด หมอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านที่มีอาการนี้ ให้กลับมาเดินสบายและนอนหลับฝันดีได้อีกครั้งครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดฝ่าเท้า #ร้อนวูบวาบที่เท้า #ปลายประสาทอักเสบ #ผู้สูงอายุนอนไม่หลับ #เบาหวานลงเท้า #กระดูกทับเส้น #หมอเก่งกระดูกและข้อ #คลินิกกระดูกและข้อเชียงใหม่ #ปวดเท้ากลางคืน #รักษาปวดเท้า


References

  1. Pop-Busui R, Boulton AJM, Feldman EL, et al. Diabetic Neuropathy: A Position Statement by the American Diabetes Association. Diabetes Care. 2017;40(1):136-154.
  2. Feldman EL, Callaghan BC, Pop-Busui R, et al. Diabetic neuropathy. Nat Rev Dis Primers. 2019;5(1):41.
  3. Ang L, Cowdin N, Mizokami-Stout K, et al. Update on the Management of Diabetic Neuropathy. Diabetes Spectr. 2018;31(3):224-233.
  4. Distad BJ, Weiss MD. Clinical evaluation and management of peripheral neuropathy. Continuum (Minneap Minn). 2013;19(5 Peripheral Nervous System Disorders):1269-1293.
  5. Oh SJ, Park KS, Son H. Tarsal tunnel syndrome: a narrative review. Medicine (Baltimore). 2022;101(35):e30375.

Comments

Popular posts from this blog

ร้อนฝ่าเท้าจนเดินไม่ไหว... แค่ปวดเมื่อย หรือมีอะไรซ่อนอยู่หลังกระดูกพรุน?

ปวดแสบร้อน ชาเท้า จากเบาหวาน หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น? แยกอย่างไร และต้องรักษาแบบไหน

เบาหวานลงเท้า... จุดเริ่มต้นของ "แผลไม่รู้ตัว" ที่อาจจบลงด้วยการตัดขา!