ปวดเสียวเหมือนเหล็กทิ่มที่หลังเท้า... สัญญาณเตือนเส้นประสาทถูกกดทับ หรือแค่รองเท้ากัด?




ปวดเสียวเหมือนเหล็กทิ่มที่หลังเท้า... สัญญาณเตือนเส้นประสาทถูกกดทับ หรือแค่รองเท้ากัด?

“คุณหมอคะ ทำไมมันเจ็บแปล๊บๆ เหมือนเอาเหล็กแหลมมาทิ่มที่หลังเท้าซ้ายเป็นระยะๆ เลยค่ะ ยิ่งตรงช่วงโคนนิ้วก้อยนี่เจ็บจนสะดุ้งเลย” ประโยคนี้เป็นคำถามที่ผมมักจะได้ยินบ่อยๆ ในห้องตรวจ ซึ่งอาการเจ็บแบบเสียวแปล๊บหรือเหมือนมีเข็มมาทิ่มแทงนี้ มักจะมีที่มาที่แตกต่างจากการปวดกล้ามเนื้อทั่วไปครับ


เรื่องเล่าจากคนไข้: เคสคุณนกกับอาการเสียวแปล๊บที่เท้า

คุณนก (นามสมมติ) พนักงานออฟฟิศวัย 38 ปี มาพบผมด้วยอาการเจ็บแปล๊บๆ ที่หลังเท้าด้านนอก ลามไปถึงนิ้วก้อย เธอเล่าว่าอาการนี้ไม่ได้ปวดตลอดเวลา แต่จะมาเป็นพักๆ เหมือนไฟฟ้าช็อต หรือบางทีก็เหมือนมีใครเอาเหล็กแหลมมาแทงลงไปตรงจุดเดิมซ้ำๆ

ตอนแรกคุณนกนึกว่าตัวเองเดินเยอะจนระบม หรืออาจจะเพราะรองเท้าคัทชูที่ใส่ทำงานมันบีบเกินไป แต่พอเปลี่ยนมาใส่รองเท้าแตะสบายๆ อาการก็ยังไม่หายขาด แถมบางครั้งแค่เอามือไปลูบโดนหลังเท้าเบาๆ ก็รู้สึกเสียวแปล๊บขึ้นมาจนต้องชักเท้าหนี ซึ่งอาการแบบนี้แหละครับที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า "เส้นประสาท" กำลังมีปัญหา


เมื่อเส้นประสาทหลังเท้าถูกรังแก

ถ้าจะให้อธิบายให้เข้าใจง่ายๆ ผมอยากให้ลองนึกภาพว่า เส้นประสาทก็เหมือนกับสายไฟเส้นเล็กๆ ที่ทอดผ่านหลังเท้าเพื่อไปรับความรู้สึกที่นิ้วเท้าครับ ส่วนกระดูกเท้าและเอ็นต่างๆ ก็เหมือนกับท่อหรือทางเดินของสายไฟนี้

หากวันดีคืนดี "สายไฟ" เส้นนี้ถูกอะไรบางอย่างมาทับหรือมากดเบียด ไม่ว่าจะเป็นรองเท้าที่รัดแน่นเกินไป หรือกระดูกเท้าที่งอกออกมาผิดที่ มันจะส่งสัญญาณรบกวนไปที่สมอง กลายเป็นความรู้สึกเจ็บแปล๊บ เสียวเหมือนไฟช็อต หรือเหมือนเหล็กทิ่มแทงอย่างที่คุณนกเจอครับ ในทางการแพทย์เราอาจเรียกภาวะนี้ว่า เส้นประสาทส่วนปลายถูกกดทับ (Peripheral Nerve Entrapment) บริเวณหลังเท้า


ทำความรู้จักกับโรค: เส้นประสาทหลังเท้าอักเสบ (Nerve Compression of the Foot)

อาการที่คุณเล่ามา โดยเฉพาะบริเวณโคนนิ้วที่ 5 (นิ้วก้อย) มักเกี่ยวข้องกับเส้นประสาทที่มาเลี้ยงบริเวณหลังเท้าด้านนอก ซึ่งอาจเกิดจากการอักเสบหรือการถูกกดทับครับ

  • สาเหตุ: ส่วนใหญ่เกิดจากการสวมรองเท้าที่หน้าแคบเกินไป บีบรัด หรือการผูกเชือกรองเท้าแน่นเกินไปจนไปกดลงบนหลังเท้าโดยตรง

  • การเกิดโรค: เมื่อมีการกดทับซ้ำๆ เส้นประสาทจะเริ่มบวมและอักเสบ ทำให้การส่งสัญญาณความรู้สึกผิดเพี้ยนไป

  • อาการ: จะมีอาการเจ็บแปล๊บเหมือนเข็มทิ่ม เสียวเหมือนไฟช็อต หรืออาจมีอาการชาร่วมด้วยในบางราย


5 ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ปวดเท้าแบบ "เหล็กทิ่ม"

  • การสวมรองเท้าหน้าแคบ: โดยเฉพาะรองเท้าส้นสูงหรือรองเท้าหัวแหลมที่บีบหน้าเท้า

  • ลักษณะโครงสร้างเท้า: คนที่มีเท้าแบนหรืออุ้งเท้าสูงเกินไป ทำให้กระจายแรงกระแทกไม่ดี

  • กิจกรรมที่ต้องใช้เท้าหนัก: เช่น การวิ่งหรือการเดินบนพื้นแข็งติดต่อกันเป็นเวลานาน

  • อุบัติเหตุในอดีต: เคยมีของหนักตกใส่หลังเท้า หรือเคยข้อเท้าแพลงบ่อยๆ

  • โรคประจำตัว: เช่น โรคเบาหวาน ซึ่งส่งผลต่อความแข็งแรงของเส้นประสาทโดยตรง


การตรวจวินิจฉัย: คุณหมอจะตรวจอะไรบ้าง?

เมื่อมาพบหมอกระดูก สิ่งแรกที่ผมจะทำคือการ ตรวจร่างกาย ครับ ผมจะลองกดตามแนวเส้นประสาท หรือใช้นิ้วเคาะเบาๆ บริเวณที่ปวดเพื่อดูว่ามีอาการเสียวแปล๊บวิ่งไปที่นิ้วเท้าหรือไม่ (เราเรียกว่าการตรวจ Tinel's sign)

หากอาการไม่ชัดเจน อาจมีการส่งตรวจเพิ่มเติมดังนี้ครับ:

  1. เอกซเรย์ (X-ray): เพื่อดูว่ามีกระดูกงอหรือโครงสร้างกระดูกผิดปกติไปทับเส้นประสาทไหม

  2. อัลตราซาวด์ (Ultrasound): เพื่อดูลักษณะเส้นประสาทว่ามีการบวมหรือมีถุงน้ำมาเบียดหรือไม่

  3. MRI: จะทำในกรณีที่สงสัยว่ามีเนื้องอกหรือรอยโรคที่ซับซ้อนจริงๆ เท่านั้นครับ


แนวทางการรักษา: เริ่มจากวิธีง่ายๆ ไปถึงวิธีเฉพาะทาง

ข่าวดีคือ ส่วนใหญ่หายได้โดยไม่ต้องผ่าตัดครับ โดยเราจะรักษาตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ปรับพฤติกรรมและเปลี่ยนรองเท้า: นี่คือหัวใจสำคัญเลยครับ ต้องเลือกรองเท้าที่หน้ากว้าง ไม่บีบ และหลีกเลี่ยงการผูกเชือกรองเท้าแน่นเกินไปบริเวณหลังเท้า

  2. การทำกายภาพบำบัด: การยืดกล้ามเนื้อและเอ็นร้อยหวายจะช่วยลดแรงตึงที่ส่งผลไปถึงหลังเท้าได้

  3. การใช้ยา: คุณหมออาจให้ยาลดการอักเสบ หรือยาที่ช่วยซ่อมแซมและลดความไวของเส้นประสาท

  4. การฉีดยาเฉพาะจุด: หากอาการไม่ดีขึ้น เราสามารถใช้ เครื่องอัลตราซาวด์ (Ultrasound) ช่วยนำทางเพื่อฉีดยาลดการอักเสบลงไปที่รอบๆ เส้นประสาทได้อย่างแม่นยำ ซึ่งช่วยลดปวดได้ดีมากครั[
โรคนี้จะหายไหม?

ส่วนใหญ่หากเริ่มรักษาเร็วและปรับเปลี่ยนรองเท้า อาการจะดีขึ้นภายใน 2-4 สัปดาห์ ครับ แต่อาจจะมีโอกาสกลับมาเป็นซ้ำได้ถ้าเรากลับไปใส่รองเท้าที่บีบรัดเหมือนเดิม ดังนั้นการดูแลตัวเองอย่างต่อเนื่องจึงสำคัญที่สุดครับ

ภาวะแทรกซ้อนที่ต้องระวัง

หากปล่อยทิ้งไว้นานๆ โดยไม่รักษา เส้นประสาทที่ถูกกดทับอาจเสียหายถาวร ทำให้เกิดอาการ ชาถาวร หรือในบางกรณีอาจทำให้ กล้ามเนื้อนิ้วเท้าอ่อนแรง จนส่งผลต่อการเดินและการทรงตัวได้ครับ


5 วิธีป้องกันไม่ให้เจ็บเท้าซ้ำ

  • เลือกซื้อรองเท้าช่วงเย็น (เพราะเท้าจะขยายตัวเต็มที่) และเลือกคู่ที่ไม่บีบหน้าเท้า

  • หากต้องใส่รองเท้าผ้าใบ ไม่ควรผูกเชือกแน่นจนเกินไปบริเวณหลังเท้า

  • หลีกเลี่ยงการเดินเท้าเปล่าบนพื้นแข็งๆ เป็นเวลานาน

  • ยืดกล้ามเนื้อน่องและเท้าสม่ำเสมอ

  • สังเกตอาการผิดปกติ หากเริ่มมีอาการชาหรือเสียวแปล๊บ ให้พักการใช้เท้าทันที


Q&A: ถาม-ตอบ ข้อสงสัยยอดฮิต

Q: เจ็บเหมือนเหล็กทิ่มที่เท้า อันตรายถึงขั้นเดินไม่ได้ไหม? A: โดยทั่วไปไม่อันตรายถึงขั้นเดินไม่ได้ครับ แต่ความเจ็บจะรบกวนชีวิตประจำวันมาก และถ้าปล่อยไว้นานอาจทำให้การรับความรู้สึกที่เท้าเสียไปครับ

Q: ต้องกินวิตามินบีบำรุงไหม? A: วิตามินบี 1, 6, 12 มีส่วนช่วยในการทำงานของเส้นประสาทครับ สามารถทานเสริมได้ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ แต่การแก้ไขที่ต้นเหตุ (การกดทับ) สำคัญกว่าครับ

Q: เจ็บกี่วันถึงควรไปหาหมอ? A: ถ้าพักการใช้งานและเปลี่ยนรองเท้าแล้ว 1 สัปดาห์อาการไม่ดีขึ้น หรือมีอาการชามากขึ้นเรื่อยๆ ควรมาปรึกษาหมอกระดูกครับ


สรุปประเด็นสำคัญ

  • อาการเจ็บเหมือนเหล็กทิ่ม มักเกิดจากเส้นประสาทหลังเท้าถูกกดทับ

  • สาเหตุยอดฮิตคือการสวมรองเท้าที่รัดแน่นหรือหน้าแคบเกินไป

  • การรักษาเบื้องต้นที่ได้ผลดีที่สุดคือ การเปลี่ยนรองเท้าและการทานยาลดอักเสบ

  • การใช้เครื่องอัลตราซาวด์ช่วยฉีดยาเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพในกรณีที่ปวดเรื้อรัง

  • การผ่าตัดเป็นทางเลือกสุดท้าย และส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องทำหากดูแลตัวเองถูกต้อง

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ

สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ

Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ปวดเท้า #เจ็บหลังเท้า #เส้นประสาทอักเสบ #ชามือชาเท้า #ปวดนิ้วเท้า #รองเท้ากัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดกระดูก #กายภาพบำบัด #เส้นประสาทถูกกดทับ #FootPain #NerveCompression #Orthopedics #HealthTips #OfficeSyndrome


References 

  1. Schon LC. Nerve entrapment neuropathy in the foot and ankle. Postgrad Med. 1994;96(3):109-17. อธิบายถึงลักษณะการกดทับของเส้นประสาทบริเวณเท้าและข้อเท้าที่ทำให้เกิดอาการปวดเสียว

  2. Mulier T, Lateur K, Thienpont E, Dereymaeker G. Entrapment neuropathies of the foot and ankle. Acta Orthop Belg. 2002;68(4):311-22. รวบรวมสาเหตุและตำแหน่งที่เส้นประสาทในเท้ามักจะถูกกดทับบ่อยๆ รวมถึงแนวทางการวินิจฉัย

  3. Alshami AM, Babri AS, Souvlis T, Coppieters MW. Biomechanical evaluation of nerve compression in the foot. J Am Podiatr Med Assoc. 2008;98(4):290-9. การศึกษาด้านชีวกลศาสตร์ที่แสดงให้เห็นว่าแรงกดจากภายนอกส่งผลต่อเส้นประสาทในเท้าอย่างไร

  4. Rees HW. Peripheral nerve entrapment syndromes of the foot and ankle. Clin Podiatr Med Surg. 2006;23(3):613-26. อธิบายอาการทางคลินิกที่ผู้ป่วยมักจะรู้สึกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตหรือของแหลมทิ่มแทงจากโรคเส้นประสาท

  5. Kinoshita M, Okuda R, Moriguchi H, Abe M. Tarsal tunnel syndrome in athletes. Am J Sports Med. 2006;34(8):1307-12. เน้นการวินิจฉัยและปัจจัยเสี่ยงของการกดทับเส้นประสาทในผู้ที่ต้องใช้เท้าทำกิจกรรมหนักๆ

 

Comments

Popular posts from this blog

ร้อนฝ่าเท้าจนเดินไม่ไหว... แค่ปวดเมื่อย หรือมีอะไรซ่อนอยู่หลังกระดูกพรุน?

ปวดแสบร้อน ชาเท้า จากเบาหวาน หรือหมอนรองกระดูกเคลื่อนทับเส้น? แยกอย่างไร และต้องรักษาแบบไหน

เบาหวานลงเท้า... จุดเริ่มต้นของ "แผลไม่รู้ตัว" ที่อาจจบลงด้วยการตัดขา!